เราอาจจะเลือกอะไรหลายสิ่งในชีวิตได้ แต่มีสิ่งที่มนุษย์ทำงานแทบไม่มีโอกาสเลือกได้เลย สิ่งนั้นก็คือ "เจ้านาย" หรือหัวหน้างานของเรา หากได้เจ้านายที่ดี มีความเมตตาลูกน้อง และมีความยุติธรรมก็นับว่าเป็นโชคดีมาก

แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงข้ามก็ถือว่าโชคดีน้อยไปหน่อย เพราะถึงอย่างไรสถานการณ์นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายมากอย่างที่คุณคิด
การกลั่นแกล้งหรือลำเอียงของเจ้านาย อาจทำให้ลูกน้องอย่างเรา ๆ รู้สึกแย่ได้บ่อย ๆ แต่ถ้าคุณตั้งสติให้มั่นอย่าหวั่นไหวกับสถานการณ์ที่เจ้านายกำลังปั่นหัวคุณ คุณก็ได้แสดงตัวตนอันเข้มแข็งของคุณให้เขาเห็น แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องไม่แสดงออกถึงความก้าวร้าว หยาบคาย หรือลบหลู่เจ้านายของคุณเป็นอันขาด เพราะถ้าทำเช่นนั้น เรื่องก็จะแย่ลงไปอีก ถ้าคุณทำให้เจ้านายเห็นว่าคุณไม่ได้แหย แต่คุณก็มีกึ๋น อย่างน้อยเขาก็เกรงใจคุณบ้าง โดยเฉพาะคุณในสายตาเพื่อนร่วมงานก็ดูดี มีภาษีกว่าเจ้านายแย่ ๆ แบบนี้อย่างแน่นอน ครั้งหน้าเขาจะทำอะไรคุณอีกเขาคงต้องนึกบ้างแล้วละว่ามีคนเฝ้ามองการกระทำของเขาอยู่ด้วย เจ้านายของคุณจึงไม่ได้เป็นต่ออยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว
บ่อยครั้งที่คุณตกอยู่ในภาวะกดดันและเครียดสุด ๆ เมื่องานกองท่วมหัว และแล้วประโยคหนึ่งก็หลุดออกมาจากปากนับครั้งไม่ถ้วน นั่นคือ "ไม่มีเวลา" ซึ่งดูจะเป็นคำพูดที่ง่ายดาย และไม่ต้องอธิบายกันอีกต่อไป
แต่คุณรู้ไหมว่าการที่คุณรู้สึกเครียดเพราะทำงานไม่ทันเวลาอยู่บ่อย ๆ นั้นบากครั้งมาจากการบริหารเวลาไม่เป็นของคุณ

หรืออาจจะมาจากนิสัยในการทำงานที่ไม่ค่อยเต็มที่นัก คุณลองนึกดูดี ๆ แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าที่แท้แล้วอะไรเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ การที่คุณเองใช้คำว่า "ไม่มีเวลา" บ่อย ๆ มีแต่จะทำให้ใคร ๆ มองคุณว่าเป็นคนขาดความรับผิดชอบ เพราะจริง ๆ คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด และคุณค่าของเวลาก็อยู่ที่ว่าคุณจะรู้จักใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
ถ้าคุณเป็นต้นตอของความเครียดในเรื่องนี้แล้วก็คงยุติมันเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าใช้คำนี้บ่อยนัก และลองนึกว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างไรเมื่อใคร ๆ ก็ตอบคุณด้วยประโยคนี้
การตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วนึกว่าต้องไปทำงาน สำหรับบางคนนั้นจะดูเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน เพราะว่าออฟฟิศหรือที่ทำงานก็คือห้องขังติดแอร์ดี ๆ นี่เอง ทำให้ต้องทนนั่งทำงานอยู่เกือบ 10 ชั่วโมง ขาดอิสระภาพ และเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ทุกวัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดเช่นนี้เวบเข้ามาในสมองบ้างหรือรู้สึกเช่นนี้ตลอดละก็ รับรองได้ว่าชีวิตคุณจะหาความสุขแทบไม่ได้เลย เพราะเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตคุณถูกใช้ไปในที่ทำงานเกือบหมด คุณจึงควรเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสถานะการที่แห่งนี้เสียใหม่ เป็นต้นว่าที่ทำงานมอบอะไรหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตคุณ เช่นทำให้คุณได้แสดงฝีมือในการทำงาน ทำให้คุณยิ้มออกยามทีรับซองเงินเดือน ทำให้คุณได้ร่วมงานกับเพื่อนที่น่ารัก ทำให้คุณได้รู้จักผู้คนมากมาย และที่สำคัญทำให้คุณรู้สึกมีค่าเมื่อได้ทำงาน

เมื่อคุณมองไปรอบ ๆ ที่ทำงานของคุณอีกครั้งด้วยใจที่ปราศจากอคติ คุณจะพบว่าที่นี่น่าอยู่ขึ้นมามาก ซึ่งคุณอาจไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน และดูเหมือนว่าคุณจะเห็นใคร ๆ ก็ดูมีความสุขได้ขณะทำงาน หากคุณมัวแต่คร่ำเครียดอยู่ในห้องขังที่คุณสร้างขึ้นเอง คุณก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าอิสระภาพที่อยู่ในจิตใจนั้นน่าสัมผัสเพียงใด
ที่ทำงานหรือออฟฟิศดูเป็นสถานที่ซึ่งเราใช้เวลาอยู่ในนี้นานเกือบ 10 ชั่วโมงและบางคนอาจจะมากกว่านั้น นี่จึงควรเป็นสถานที่ซึ่งเราสามารถอยู่ได้โดยไม่รู้สึกเครียดหรือกดดันจนเกินไปนัก

แม้ทุกคนต่างรู้ดีว่าการมาทำงานมิใช่การมาหาความสุขแต่ก็ไม่ควรให้คนทำงานรู้สึกเหมือนถูกขังคุก ถูกจองจำให้ต้องทำงานโดยไม่มีความสุขหรือต้องเจอแต่คนที่เข้ามาหาผลประโยชน์โดยไม่มีความจริงใจให้กัน หรือแม้แต่เจ้านายจอมเขี้ยว ที่เรามักรู้สึกว่าน่าจะไปเป็นพัศดี ([พัด-สะ-ดี] น. ผู้บังคับการเรือนจำ, ผู้ปกครองนักโทษ) มากกว่า
การอยู่ในออฟฟิศหรือแม้แต่ที่ทำงานใด ๆ ก็แล้วแต่ หรือแม้ว่าคุณทำงานที่บ้านของคุณเอง โดยมีคุณเป็นเจ้านายของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะอยู่โดยไม่มีความเครียด หรือความกดดันอะไรเลย เพระาการทำงานทุกที่ทุกอย่างย่อมต้องเกิดปัญหาสาระพัน ซึ่งมักจะวนเวียนมาให้คุณสะสางแทบทุกวัน

รวมทั้งอาการเหนื่อยล้าที่ทำให้รู้สึกว่าหน้าเบื่อหน่ายและท้อถอย วิธีการรับมือกับความเครียดในที่ทำงานต้องมีแน่ ขอเพียงแค่คุณต้องตั้งใจจริง ปรับเปลียนความคิด และปรับเปลี่ยนการกระทำอย่างแน่วแน่ คุณก็สามารถมีโลกที่สวยงามและน่าอยู่ได้อีกที่หนึ่งนอกจากบ้านของคุณเอง
หากคุณช่วยกันสร้างโลกในที่ทำงาน เป็นที่ ๆ อบอุ่น เป็นกันเอง และมีความสนุกสนาน บรรยากาศในที่ทำงานที่เคยอึมครึมก็จะดีขึ้น และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้องก็จะใกล้กันมากขึ้น ช่องว่างที่เคยมีจะถูกเติมเต็มด้วยความสัมพันธ์แบบพี่ ๆ น้อง ๆ